EN SeedWebs

ธีมและเทมเพลต

ธีมของ SeedWebs เก็บอะไรไว้บ้าง, theme part แต่ละชนิดคืออะไร, ระบบเลือก template ให้แต่ละหน้าอย่างไร และวิธีแก้สี ฟอนต์ กับ Tailwind

ปรับปรุงล่าสุด 2026-08-11

หน้าตาของเว็บสาธารณะทั้งหมดมาจาก “ธีม” (Theme) ที่เก็บอยู่ในเว็บของคุณเอง ธีมถือ HTML ของส่วนหัวกับส่วนท้าย ถือ CSS และ JavaScript ส่วนกลาง และถือชิ้นส่วนย่อยที่เรียกว่า theme part ซึ่งกำหนดว่าโพสต์ สินค้า หรือหน้าหมวดหมู่จะแสดงออกมาแบบไหน

เอกสารนี้อธิบายว่าธีมเก็บอะไร แก้ที่ไหน และระบบตัดสินใจเลือก template ให้แต่ละ URL ตามลำดับใด

หน้าจัดการอยู่ที่ Settings → Themes (/admin/settings/themes)

ธีมหนึ่งตัวเก็บอะไรไว้

ธีมแต่ละตัวเก็บค่าเหล่านี้ในตัวมันเอง ห้าค่าแรกแก้จากแท็บ General ของหน้าแก้ไขธีม ส่วน Thumbnail อยู่ในแถบด้านขวาซึ่งเห็นได้จากทุกแท็บ

ส่วนชื่อในหน้าจอทำหน้าที่
header_htmlHeader (ส่วนหัว)HTML ของส่วนหัวที่แสดงบนทุกหน้า
footer_htmlFooter (ส่วนท้าย)HTML ของส่วนท้ายที่แสดงบนทุกหน้า
global_cssGlobal Stylesทุกอย่างที่จะถูกวางลงใน <head> เช่น <link> ฟอนต์ Google, สคริปต์ Tailwind, และ <style>
global_jsGlobal JavaScript (JavaScript ส่วนกลาง)สคริปต์ที่ถูกวางท้าย <body> ทุกหน้า พิมพ์เฉพาะโค้ด ไม่ต้องใส่แท็ก <script>
body_classBody class (คลาส Body)คลาส Tailwind ที่ติดบนแท็ก <body> เช่นสีพื้นและฟอนต์
thumbnailThumbnail (ภาพขนาดย่อ)ภาพปกที่แสดงบนการ์ดธีมในหน้ารายการ รับเฉพาะไฟล์ .webp ขนาดไม่เกิน 2 MB

ช่อง Header, Footer, Global Styles, Global JavaScript และ Body class รับข้อมูลได้ช่องละไม่เกินประมาณ 1 MB ถ้าเกินระบบจะปฏิเสธการบันทึกและแจ้งว่าช่องไหนใหญ่เกิน

แท็บในหน้าแก้ไขธีม

เมื่อเปิดธีมหนึ่งตัวจะเห็นแท็บแบบเม็ดยาด้านบน

แท็บURLเนื้อหา
General/admin/settings/themes/{id}Header, Footer, Global Styles, Global JavaScript, Body class
Nav/admin/settings/themes/{id}/navelement ที่ใช้ประกอบเมนู (slug เริ่มด้วย nav-)
Elements/admin/settings/themes/{id}/elementselement ที่ใช้ซ้ำ เช่นการ์ดโพสต์ การ์ดสินค้า
Templates/admin/settings/themes/{id}/templatesเทมเพลตของหน้าแต่ละแบบ
Emails/admin/settings/themes/{id}/emailsเทมเพลตอีเมล จะเห็นแท็บนี้เฉพาะเมื่อเปิดใช้ Newsletters ใน Settings → General → Admin Menu

จดหมายข่าว (Newsletters) เปิดได้เฉพาะเว็บที่อยู่ในแพ็กเกจ Business หรือช่วงทดลองใช้ และต้องมีธงทดลองใช้รายเว็บด้วย ถ้าเว็บของคุณไม่เข้าเงื่อนไข แท็บ Emails จะไม่ขึ้นมาเลย ดู แพ็กเกจและการชำระเงิน

ทุกแท็บใช้แถบด้านขวาชุดเดียวกัน คือกล่องสถานะ (Active / Inactive), ชื่อธีม, slug, ปุ่มบันทึก, กล่อง Thumbnail (ภาพขนาดย่อ) และกล่อง Options (ตัวเลือก) ที่มีรายการอ้างอิงแท็กแบบหน้าต่างซ้อน และปุ่ม Export Theme (ส่งออกธีม)

ในแต่ละการ์ดของ theme part เมื่อกางออกจะมีแท็บย่อยสามแท็บ

  • Content แก้ข้อความและรูปในโค้ดโดยไม่ต้องแตะ HTML
  • Style แก้คลาส Tailwind ของแต่ละ element
  • HTML แก้โค้ดตรง ๆ มีปุ่มจัดรูปแบบโค้ดให้

เมื่อการ์ดพับอยู่จะเห็นตัวอย่างผลลัพธ์แบบย่อในกรอบเล็ก ๆ กดที่ตัวอย่างเพื่อกางออก และกดไอคอนดินสอที่หัวการ์ดเพื่อแก้ชื่อกับ slug ของ part นั้น

ชนิดของ theme part

ฐานข้อมูลของ theme part แยกด้วยฟิลด์ type ซึ่งรับค่า header, footer, element, template และ email

ในทางปฏิบัติของรุ่นปัจจุบัน

  • element คือชิ้นส่วนที่ถูกเรียกซ้ำจากที่อื่นด้วยแท็ก {{> slug}} เช่น post-card ที่ถูกเรียกในลูปรายการโพสต์ ตัวที่ slug เริ่มด้วย nav- จะถูกแยกไปอยู่แท็บ Nav ที่เหลืออยู่แท็บ Elements
  • template คือโครงของหน้าเต็มหนึ่งหน้า เช่น post-list คือหน้ารายการโพสต์
  • email คือเนื้ออีเมลระบบ เช่นอีเมลยืนยันการสมัครรับข่าว
  • header และ footer ยังเป็นค่าที่ API รับได้ แต่ส่วนหัวและส่วนท้ายที่แสดงจริงอ่านจาก header_html กับ footer_html บนตัวธีม ไม่ได้อ่านจาก part ดังนั้นในหน้าจอจึงไม่มีแท็บ Headers หรือ Footers และการนำเข้าธีมจาก ZIP จะข้าม part ชนิด header กับ footer ทิ้ง

slug ของ part ต้องไม่ซ้ำภายใน “ธีมเดียวกัน + ชนิดเดียวกัน” หมายความว่า element ชื่อ post-detail กับ template ชื่อ post-detail อยู่ร่วมกันได้

รายการใน Elements และ Templates จะซ่อน part ของชนิดเนื้อหาที่คุณปิดไว้ใน Settings → General → Admin Menu โดยดูจาก slug นำหน้า (post-, event-, product-, book-, staff-, doc-, slider-, member-) ส่วน part ที่ไม่ผูกกับชนิดเนื้อหา เช่น page, category, tag, search-results, not-found จะแสดงตลอด

ตัวกรองนี้ไม่ครอบ slug ที่ขึ้นต้นด้วย tour- จึงเห็นเทมเพลตทัวร์ค้างอยู่ในรายการเสมอ ทัวร์ (Tours) ไม่อยู่ในสิทธิ์ของแพ็กเกจใดเลย ต้องให้ทีม SeedWebs เปิดธงทดลองใช้ให้เว็บของคุณก่อนจึงจะใช้งานได้จริง ถ้ายังไม่เปิด แก้เทมเพลตทัวร์ไปก็ไม่มีหน้าไหนเรียกใช้

ลำดับการเลือก template

เวลามีคนเปิด URL หนึ่งหน้า ระบบเลือก template สามชั้นซ้อนกัน

ชั้นที่ 1 ธีมที่ใช้งาน แล้วถอยไปธีมเริ่มต้น

ระบบดึง part ของธีมที่ Active ก่อน แล้วเติมช่องว่างจากธีมที่ slug เป็น default โดยเทียบเป็นคู่ “ชนิด + slug” ผลคือธีมใหม่ที่คุณสร้างเองและยังไม่มี part เลย ก็ยังแสดงหน้าเว็บได้ครบ เพราะยืม part ของธีมเริ่มต้นไปใช้ทั้งหมด และเมื่อคุณสร้าง part ชื่อเดียวกันในธีมของคุณ ตัวของคุณจะทับตัวของธีมเริ่มต้นทันที

ชั้นที่ 2 slug เฉพาะเจาะจง แล้วถอยไป slug ทั่วไป

หน้าหมวดหมู่มองหา template ที่ตั้งชื่อเฉพาะหมวดนั้นก่อน ถ้าไม่มีจึงใช้ตัวกลาง เช่นหมวด news จะหา category-news ก่อน ไม่พบจึงใช้ category วิธีนี้ทำให้คุณทำหน้าหมวดหมู่หนึ่งหมวดให้หน้าตาต่างจากหมวดอื่นได้ โดยไม่ต้องแตะ template กลาง

ชั้นที่ 3 ชนิด template แล้วถอยไปชนิด element

เมื่อได้ชื่อ slug แล้ว ระบบหา part ชนิด template ก่อน ถ้าไม่เจอจึงหา part ชนิด element ที่ slug เดียวกัน

ตารางลำดับตาม URL

{slug} ในตารางคือ slug ของหมวดหมู่ ยี่ห้อ หรือ page template ที่กำลังเปิดอยู่

หน้าลำดับที่ค้นหา
หน้า (Pages) ที่เขียนแบบ Articlepage-{page template slug}page
/postspost-list
/posts/:slugpost-detail-pagepost-detail
/category/:slugcategory-{slug}category
/tag/:slugtag
/eventsevent-list
/events/:slugevent-detail-pageevent-detail
/productsproduct-list
/products/:slugproduct-detail-pageproduct-detail
/product-categories/:slugproduct-category-{slug}product-category
/product-brands/:slugproduct-brand-{slug}product-brand
/tourstour-list
/tours/:slugtour-detail-pagetour-detail
/tour-category/:slugtour-category-{slug}tour-category
/tours/bookings/:booking_numbertour-thankyou
/staffsstaff-list
/staffs/:slugstaff-detail-pagestaff-detail
/authorsauthor-list
/authors/:slugauthor-detail-pageauthor-detail
/booksbook-list
/books/:slugbook-detail-pagebook-detail
/book-categories/:slugbook-category-{slug}book-category
/docs/:slugdoc-detail-pagedoc-detail
/searchsearch-results
หน้าที่หาไม่เจอ (404)not-found

ถ้าหาไม่ได้เลยทั้งลำดับ หน้าเนื้อหานั้นจะตอบ 404 ยกเว้นหน้า Pages ที่ยังแสดงเนื้อหาของหน้าแบบเรียบ ๆ ให้แม้ไม่มี template ส่วนหน้า not-found ถ้าไม่มี template จะแสดงหน้าสำรองที่ระบบฝังไว้ และตัว template not-found รองรับเฉพาะแท็ก {{site_name}} แท็กอื่นในหน้านี้จะไม่ถูกแปล

รายละเอียดของแท็กที่ใช้ในเทมเพลตอยู่ในเอกสาร แท็กเทมเพลต

template ที่ติดมากับธีมเริ่มต้น

ทุกเว็บใหม่ได้ธีมชื่อ Default (slug default) พร้อม part ชุดโรงงานตามนี้

Templates

page · post-list · post-detail-page · category · tag · event-list · event-detail-page · product-list · product-detail-page · product-category · product-brand · tour-list · tour-detail-page · tour-category · tour-thankyou · staff-list · staff-detail-page · author-list · author-detail-page · book-list · book-detail-page · book-category · doc-detail-page · search-results · not-found

Elements

post-card · event-card · product-card · tour-card · staff-card · book-card · author-card · post-detail · event-detail · language-switcher

Elements ในแท็บ Nav

nav-item · nav-submenu · nav-mega-header · nav-mega-column · nav-mobile-item · nav-mobile-submenu · nav-mobile-mega · nav-mobile-mega-column · nav-mobile-drawer

Emails

email-confirm · email-welcome · email-newsletter · email-unsubscribe · subscribe-form

ในแท็บ Templates ระบบยังแยกกลุ่มหัวข้อ Page Templates (เทมเพลตหน้า) ไว้ด้านบน โดยไล่จากรายการ page template ที่เว็บมี (มาให้สองตัวคือ Default และ Landing) ถ้ายังไม่เคยปรับแต่ง จะเห็นกล่องเส้นประบอกว่ายังใช้เลย์เอาต์เริ่มต้น พร้อมปุ่ม Customize (ปรับแต่ง) ปุ่มนี้สร้าง template ใหม่ชื่อ page-default หรือ page-landing ให้แก้ต่อ ตัว Default คัดลอกเนื้อของ template page มาให้ ส่วน Landing เริ่มจากโครงเปล่าที่ไม่มีส่วนหัวส่วนท้าย เพราะหน้าแบบ Landing ออกแบบให้คุมทั้งหน้าเอง

การใส่แท็ก {{header}} และ {{footer}} ใน template ของหน้า จะทำให้ส่วนหัวส่วนท้ายของธีมถูกแทรกตรงตำแหน่งนั้น และระบบจะไม่แทรกซ้ำอีกรอบ ยกเว้นหน้าที่ใช้ page template ชื่อ Landing ซึ่งแท็กสองตัวนี้จะกลายเป็นค่าว่าง

ธีมเริ่มต้น: รีเซ็ตได้ ลบไม่ได้

ธีม default มีข้อจำกัดต่างจากธีมอื่นสามข้อ

  1. ลบไม่ได้ ปุ่มถังขยะที่มุมกล่องสถานะจะกลายเป็นปุ่มรีเซ็ตแทน และถ้าเรียกลบผ่าน API ระบบจะตอบว่าลบธีมเริ่มต้นไม่ได้
  2. ปิดใช้งานไม่ได้ ถ้ากด Inactive ตอนที่ธีมเริ่มต้นกำลัง Active ระบบจะเตือนว่าต้องเปิดใช้งานธีมอื่นก่อน
  3. part ชุดโรงงานลบไม่ได้ part ที่มาพร้อมระบบในธีมนี้ลบไม่ได้ ระบบจะแจ้งว่าเป็น part ในตัวและให้ใช้ Reset แทน แต่ part ที่คุณสร้างเพิ่มในธีมนี้ลบได้ตามปกติ

Reset to default (รีเซ็ตเป็นค่าเริ่มต้น) อยู่ที่ไอคอนวงกลมลูกศรมุมขวาของกล่องสถานะ กดแล้วจะย้อนชื่อธีมกลับเป็น Default ทับ Header, Footer, Global Styles และ Body class ด้วยค่าโรงงาน ล้าง Global JavaScript ให้ว่าง จากนั้น ลบ theme part ทั้งหมดของธีมนี้ แล้วใส่ชุดโรงงานกลับเข้ามาใหม่ นั่นหมายความว่างานที่คุณแก้ไว้ในธีมเริ่มต้นทั้งหมด รวมถึง part ที่สร้างเพิ่ม จะหายไป ถ้าอยากทดลองแก้แบบไม่กระทบของเดิม ให้สร้างธีมใหม่แล้วแก้ในธีมนั้น

ธีมอื่นที่ไม่ใช่ default ลบได้ และถ้าลบธีมที่กำลัง Active อยู่ ระบบจะสลับกลับไปใช้ธีมเริ่มต้นให้อัตโนมัติ ภาพในคลังสื่อที่ธีมนั้นอ้างถึงจะไม่ถูกลบไปด้วย

สร้างธีมใหม่ และนำเข้าจาก ZIP

Add Theme

Settings → Themes → Add Theme (เพิ่มธีม, /admin/settings/themes/new) กรอกชื่อ แล้วกด Create Theme (สร้างธีม)

ช่อง Import HTML ในหน้านี้ไม่บังคับ ถ้าวาง HTML หน้าเดียวลงไป ระบบจะพยายามแยกให้เอง คือดึง <script>, <link> ฟอนต์กับ CSS และ <style> ใน <head> ไปเป็น Global Styles ดึง <nav> ที่ติดอยู่กับขอบจอหรือ <header> ไปเป็นส่วนหัว ดึง <footer> ไปเป็นส่วนท้าย และดึงเนื้อใน <main> หรือ <body> ไปสร้างเป็นหน้าแรก (slug home) โดยมีช่องติ๊กให้เลือกว่าจะแทนที่หน้าแรกเดิมหรือไม่

ธีมที่สร้างจากหน้านี้จะถูก เปิดใช้งานทันที และยังไม่มี theme part ของตัวเอง จึงยืม part ทั้งหมดจากธีมเริ่มต้นไปก่อน

ปุ่ม Import HTML ที่มุมขวาของแถบแท็บในหน้าแก้ไขธีมทำงานแบบเดียวกัน แต่ใช้กับธีมที่มีอยู่แล้ว

Upload Theme (ZIP)

ปุ่ม Upload Theme (อัปโหลดธีม) ในหน้ารายการธีมรับไฟล์ .zip โครงสร้างที่ระบบอ่านคือ

theme.json          ต้องมี ประกอบด้วย name, slug, header_html, footer_html, global_css, global_js
header.html         ไม่บังคับ ถ้ามีจะใช้แทนค่าใน theme.json
footer.html         ไม่บังคับ
parts/element-post-card.html    ชื่อไฟล์รูปแบบ {type}-{slug}.html
parts/element-post-card.json    ไฟล์ข้อมูลกำกับ ระบุ name, slug, type, sort_order

ข้อจำกัด: ไฟล์ ZIP ไม่เกิน 2 MB, ไฟล์ในนั้นไม่เกิน 100 ไฟล์, เนื้อหาที่แตกออกมารวมกันไม่เกิน 5 MB และต้องมี theme.json ไม่งั้นระบบจะปฏิเสธ

ถ้า slug ซ้ำกับธีมที่มีอยู่ ระบบจะเติมเลขต่อท้ายให้ เช่น mytheme-2 ธีมที่นำเข้ามาจะยัง ไม่ ถูกเปิดใช้งาน ต้องกด Activate (เปิดใช้งาน) เอง

Export Theme

อยู่ในกล่อง Options ของแถบด้านขวาในหน้าแก้ไขธีม กดแล้วดาวน์โหลดเป็น {slug}.zip

ในรุ่นปัจจุบันไฟล์ที่ได้บรรจุ theme.json ที่มีชื่อ, slug, Global Styles และ Global JavaScript ส่วนหัว ส่วนท้าย และ theme part ในโฟลเดอร์ parts/ ยังไม่ถูกใส่ลงไป จึงยังไม่ควรใช้ไฟล์นี้แทนการสำรองข้อมูล การสำรองเว็บทั้งก้อนให้ใช้ Tools → Backup (/admin/tools/backup)

Tailwind: ใช้ CDN หรือ Optimize

หน้าเว็บสาธารณะจัดสไตล์ด้วยคลาส Tailwind ที่เขียนอยู่ใน HTML ของธีม ดังนั้นเบราว์เซอร์ต้องได้ CSS ของคลาสเหล่านั้นมาจากที่ใดที่หนึ่ง ปุ่มสองปุ่มนี้อยู่ที่แถบล่างของแท็บ HTML ในตัวแก้ Global Styles

Use CDN (ใช้ CDN) เพิ่มสคริปต์ Tailwind v4 สำหรับเบราว์เซอร์ลงใน Global Styles พร้อมบล็อก <style type="text/tailwindcss"> ที่มี @theme ตั้งต้นให้สองสี (foreground กับ background) ให้ต่อยอดได้เลย ถ้ามีสคริปต์ Tailwind v3 ตัวเก่าอยู่จะถูกถอดออก และถ้าเคยเพิ่ม v4 ไว้แล้วระบบจะแจ้งว่าเพิ่มไปแล้วโดยไม่ทำอะไรซ้ำ วิธีนี้คลาสถูกคอมไพล์ในเบราว์เซอร์ของผู้ชม สะดวกตอนกำลังออกแบบ แต่ผู้ชมต้องโหลดไฟล์จากภายนอกเพิ่มทุกครั้ง

Optimize (ปรับให้เหมาะสม) กวาด HTML ทั้งหมดของธีมนี้ ทั้งส่วนหัว ส่วนท้าย theme part ทุกชิ้น เนื้อหาหน้าที่เขียนแบบ HTML และ Body class แล้วคอมไพล์เฉพาะคลาสที่ใช้จริงเป็นบล็อก <style>/* Tailwind CSS (built) */…</style> ใส่กลับลงใน Global Styles พร้อมถอดสคริปต์ CDN ออก แล้วบันทึกทันที ผลคือหน้าเว็บโหลดเร็วขึ้นและไม่พึ่งไฟล์ภายนอก เหมาะกับตอนใช้งานจริง

ข้อควรระวังของ Optimize คือมันคอมไพล์จากสิ่งที่มีอยู่ตอนกด ทุกครั้งที่คุณเพิ่มคลาส Tailwind ใหม่เข้าไปใน theme part หรือในหน้าเว็บ ต้องกด Optimize อีกครั้ง ไม่งั้นคลาสใหม่จะไม่มี CSS รองรับ

แก้สีและฟอนต์ (Global Styles)

ตัวแก้ Global Styles อ่านค่าสีและฟอนต์ออกมาจากโค้ดให้เอง ตอนพับอยู่จะเห็นแถวตัวอย่างสีเป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ และตัวอย่างฟอนต์เป็น “Aa” กดเพื่อกางออก แล้วจะเห็นสามแท็บ

Colors (สี) แสดงสีทุกตัวที่ประกาศไว้ กดที่สี่เหลี่ยมสีเพื่อเปิดตัวเลือกสี ค่าจะถูกเขียนกลับลงโค้ดทันที กด เพิ่มสี เพื่อสร้างสีใหม่ (ชื่อใช้ได้เฉพาะตัวอักษรอังกฤษ ตัวเลข ขีดกลาง และขีดล่าง) และไอคอนถังขยะที่ปรากฏตอนชี้เมาส์คือลบสีนั้น ชื่อสีที่ตั้งจะใช้เป็นคลาสได้ เช่นสีชื่อ accent ใช้ได้เป็น bg-accent หรือ text-accent

ธีมเริ่มต้นมาพร้อมสีห้าตัวคือ foreground, background, card, muted, primary

Fonts (ฟอนต์) แสดงฟอนต์ที่ประกาศไว้ พร้อมประโยคตัวอย่างภาษาไทย กด เปลี่ยน จะเปิดช่องค้นหา Google Fonts (ชี้เมาส์ที่รายชื่อเพื่อดูตัวอย่างก่อนเลือก) กด เพิ่มฟอนต์ เพื่อเพิ่มตัวใหม่ โดยตั้ง “คีย์” ให้ก่อน คีย์จะกลายเป็นคลาส เช่นคีย์ heading ใช้เป็น font-heading

เมื่อคุณเปลี่ยน เพิ่ม หรือลบฟอนต์ ระบบจะเขียนแท็ก <link> ของ Google Fonts ให้ใหม่เองทั้งหมด โดยขอน้ำหนัก 400, 500, 600, 700 และชุดอักษร latin กับ thai ไม่ต้องไปแก้ลิงก์ด้วยมือ

รายชื่อในตัวเลือกฟอนต์มีฟอนต์ไทยที่ใช้บ่อยรวมอยู่ด้วย เช่น Noto Sans Thai, Sarabun, Kanit, Prompt, Mitr, Niramit, IBM Plex Sans Thai, Bai Jamjuree, Pridi, Itim และค้นหาชื่อฟอนต์อื่นใน Google Fonts ได้

HTML คือตัวแก้โค้ดดิบของ Global Styles ทั้งก้อน ใช้เมื่อต้องเขียน CSS เองหรือแก้บล็อก @theme โดยตรง ปุ่ม Use CDN กับ Optimize อยู่ในแท็บนี้

ธีมเริ่มต้นยังมีชุด CSS ของคลาส .prose ติดมาใน Global Styles ด้วย ใช้จัดหัวข้อ ย่อหน้า ลิสต์ และตารางในเนื้อโพสต์ แก้ได้ตามต้องการ

ใครแก้ธีมได้

ธีมอยู่ในสิทธิ์ settings.themes ซึ่งมีเฉพาะสองบทบาท

บทบาทเข้าหน้า Themes ได้แก้ / สร้าง / ลบธีมและ part ได้
super_adminได้ได้
adminได้ได้
editorไม่ได้ไม่ได้
writerไม่ได้ไม่ได้

งานที่แรงกว่านั้นจำกัดไว้ที่ super_admin เท่านั้น คือการล้างเนื้อหาทั้งเว็บที่ Tools → Reset และการกู้คืนจากไฟล์สำรองที่ Tools → Backup (การสร้างไฟล์สำรองเองทำได้ถึงระดับ admin) รายละเอียดบทบาทอยู่ในเอกสาร ผู้ใช้และสิทธิ์

ระบบธีมไม่ถูกจำกัดตามแพ็กเกจ ทุกแพ็กเกจแก้ธีม สร้างธีม และแก้ template ได้เท่ากัน สิ่งที่แพ็กเกจกำหนดคือชนิดเนื้อหาที่เว็บของคุณเปิดใช้ได้ ซึ่งจะทำให้ template ของชนิดที่ปิดอยู่ถูกซ่อนจากรายการ และหน้าสาธารณะของชนิดนั้นตอบ 404 นอกจากแพ็กเกจ ยังมีธงทดลองใช้รายเว็บอีกชั้นหนึ่งที่คุมอีเวนต์ เอกสาร หนังสือ ทีมงาน สมาชิก จดหมายข่าว และทัวร์ ดูรายละเอียดที่ แพ็กเกจและการชำระเงิน

เรื่องที่มักเข้าใจผิด

แก้ธีมแล้วหน้าเว็บไม่เปลี่ยน ตรวจก่อนว่าธีมที่แก้คือธีมที่ Active อยู่จริง กล่องสถานะที่แถบขวาต้องเป็น Active และการ์ดในหน้ารายการธีมจะขึ้นแถบทึบว่าใช้งานอยู่ อีกกรณีที่พบบ่อยคือเพิ่มคลาส Tailwind ใหม่หลังจากเคยกด Optimize ไปแล้ว ต้องกด Optimize ซ้ำ

สร้างธีมใหม่แล้วหน้าเว็บยังหน้าตาเดิม เป็นพฤติกรรมที่ถูกต้อง ธีมใหม่ไม่มี part ของตัวเอง จึงยืมของธีมเริ่มต้นไปใช้ทั้งหมด จนกว่าคุณจะสร้าง part ชื่อเดียวกันทับเข้าไป

อยากให้หมวดหมู่หนึ่งหน้าตาไม่เหมือนหมวดอื่น ไม่ต้องแก้ template category ให้สร้าง template ใหม่ชื่อ category-{slug ของหมวดนั้น} แล้วระบบจะเลือกใช้เฉพาะหมวดนั้น

Reset ย้อนกลับไม่ได้ ระบบถามยืนยันก่อนหนึ่งครั้ง แต่เมื่อยืนยันแล้วมันจะทับทุกอย่างในธีมเริ่มต้นด้วยค่าโรงงานและลบ part ทั้งหมดของธีมนั้น ไม่มีปุ่มเลิกทำ ถ้างานหายไปแล้วต้องกู้จาก Tools → Backup ซึ่งย้อนข้อมูลทั้งเว็บกลับไปที่จุดสำรองนั้น ไม่ใช่ย้อนแค่ธีม และกดกู้คืนได้เฉพาะ super_admin